|
| |
วิสัยทัศน์ของเทศบาลตำบลสุคิริน |
| |
ตามที่เทศบาลตำบลสุคิริน ได้กำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจหลักของการพัฒนาไว้แล้ว เทศบาลตำบล สุคิริน มีคำขวัญดังนี้ โครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน เศรษฐกิจมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ บ้านเมืองน่าอยู่ พัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน |
| |
|
| |
พันธกิจการพัฒนา
|
| |
พันธกิจ หรือ ภารกิจหลักของเทศบาลตำบลสุคิริน
ตามที่เทศบาลตำบลสุคิริน ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเทศบาลข้างต้น สิ่งที่จำเป็นที่จะต้องทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของวิสัยทัศน์ได้ จำเป็นต้องมีการกำหนดพันธกิจหรือภารกิจของเทศบาล เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติ เทศบาลตำบลสุคิริน จึงกำหนดภารกิจหลักไว้ ๗ ภารกิจหลัก ดังนี้ |
| |
ภารกิจหลักที่ ๑ จัดให้มีและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ การคมนาคมและผังเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่าอาศัย
ภารกิจหลักที่ ๒ ส่งเสริมการประกอบอาชีพ การกีฬานันทนาการ งานด้านสาธารณสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ภารกิจหลักที่ ๓ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และรักษาความสงบเรียบร้อย
ภารกิจหลักที่ ๔ พัฒนาศักยภาพของคนและชุมชน ส่งเสริมการค้าการลงทุน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน
ภารกิจหลักที่ ๕ บำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการกำจัดขยะ สิ่งปฏิกูลและการใช้พลังงาน
ภาคกิจหลักที่ ๖ ส่งเสริมการศาสนา วัฒนธรรม จริยธรรม บำรุงรักษาจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ภารกิจหลักที่ ๗ พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล |
| |
จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา
|
| |
(๑) มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่
(๒) ประชาชนมีอาชีพและมีรายได้เพียงพอ ได้รับการบริการด้านสวัสดิการสังคม กีฬา นันทนการ การศึกษา สาธารณสุขอย่างทั่วถึง พัฒนาชีวิตของประชาชนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
(๓) ประชาชนมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประสิทธิภาพ
(๔) พัฒนาศักยภาพของคนและชุมชน ส่งเสริมการค้าการลงทุน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน
(๕) มีระบบการจัดการขยะ สิ่งปฏิกูล ตลอดทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
(๖) ประชาชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู คุณธรรม จริยธรรม ทำนุบำรุงศาสนา อนุรักษ์สืบทอดฟื้นฟู สืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
(๗) การพัฒนาด้านการบริหารจัดการ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การพัฒนาบุคลากร พัฒนาสถานที่และอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน |
| |
|
| |
"หลักธรรมาภิบาล" |
| |
ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การกระทำการใด ๆ ของภาครัฐทั้งในระดับบุคคลและองค์กรที่ผู้อื่นสามารถมองเห็นได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ ครอบคลุมถึงทุกการกระทำที่เป็นผลจากการตัดสินใจของผู้บริหาร
การดำเนินงานทางธุรกิจ และงานสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การมีระบบงานและขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน (ซึ่งจะดูได้จาก กฎระเบียบ หรือประกาศ) การมีหลักเกณฑ์ประเมินหรือการให้คุณให้โทษที่ชัดเจน การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา ความโปร่งใสจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการตรวจสอบความถูกต้อง และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต รวมทั้งนำไปสู่การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันทั้งระหว่างผู้ปฏิบัติร่วมกันในองค์กรเดียวกัน ระหว่างประชาชนต่อรัฐไปจนถึงระหว่างคนในชาติด้วยกัน ดังนั้น ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนควร
ปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อประชาชนจะได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวก และช่วยตรวจสอบความถูกต้องในการทำงานได้
สังคมไทยได้เริ่มรู้จักคำว่า ความโปร่งใส อย่างแพร่หลายในช่วงปี 2535 ที่ท่านนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งท่านนายกฯ อานันท์ได้ให้ความสำคัญต่อ ความโปร่งใส ในการบริหารงานของรัฐบาลอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากปาฐกถาพิเศษของท่าน เรื่องความ
โปร่งใสและธรรมรัฐ เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2542 ว่า ...สมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่มีฐานอำนาจ ไปสู้กับทหารก็ไม่ได้ ไปสู้กับกระบวนการทางการเมืองก็ไม่ได้ ผมมาตัวเปล่าและก็ได้อาศัยสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัย ที่ผมจะไปสื่อความคิด ความเข้าใจของผม วิธีการบริหารของผม แนวทางนโยบายของรัฐบาลของผม อันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารงานการเมืองของประเทศชาติ
ในขณะนั้น เป็นทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องสื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจว่า รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ กำลังคิดอะไรอยู่ กำลัง
วางแผนอะไรอยู่ และประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลถึงแนวทางความคิด ถึงวิธีการ ถึงกระบวนการ และวัตถุประสงค์บั้นปลายของแนวนโยบายต่าง ๆ ในระยะนั้นจึงเกิดคำใหม่ขึ้นมา คือคำว่า
โปร่งใส
|
| |
|
| |
|